[x] ปิดหน้าต่างนี้
Powered by _SCRIPT _VERSION

  
บทความ
อ้วนลงพุง เมตาบอลิกซินโดรม

ศุกร์ ที่ 25 เดือน พฤษภาคม พ.ศ.2555


อ้วนลงพุง เมตาบอลิกซินโดรม1
 
               โรคอ้วนลงพุง หรือเมตาบอลิกซินโดรม (metabolic syndrome) เป็นภาวะอ้วนเฉพาะส่วนเอว ทำให้มีผลเสียต่อร่างกายหลายระบบเมตาบอลิกซินโดรมเป็นกลุ่มอาการแสดงที่เป็นสัญญาณของภาวะดื้ออินซูลิน ภาวะนี้ทำให้เซลล์ในร่างกายต้องการอินซูลินมากขึ้นในการนำกลูโคสเข้าเซลล์ เพื่อใช้ผลิตพลังงาน มีผลให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงขึ้น ผลต่อเนื่องคือตับอ่อนจะสร้างอินซูลินมากขึ้นเพื่อนำกลูโคสไปใช้ แต่ก็ไม่สามารถนำเข้าเซลล์อย่างมีประสิทธิภาพ ระดับน้ำตาลในเลือดจึงยังคงสูง ในระยะแรกแม้น้ำตาลในเลือดไม่สูงถึงระดับเป็นเบาหวาน แต่ก็มีโอกาสเสี่ยงเป็นเบาหวานในที่สุด และมีความเสี่ยงต่อโรคกล้ามเนื้อหัวใจตายและโรคหลอดเลือดสมอง
 
               ในทางเวชปฏิบัติ ลักษณะที่จะเข้ากับภาวะ metabolic syndrome ต้องมี 3 ใน 5 ปัจจัยต่อไปนี้ คือ รอบเอวเท่ากับหรือใหญ่กว่า 80 ซม. ในผู้หญิง และเท่ากับหรือใหญ่กว่า 90 ซม.ในผู้ชาย ระดับไขมัน High-Density Lipoprotein cholesterol (HDL-C) ในเลือดต่ำกว่า 50 มก./ดล.ในผู้หญิง และต่ำกว่า 40 มก./ดล.ในผู้ชาย ระดับไขมันไตรกลีเซอไรด์ในเลือดเท่ากับหรือสูงกว่า 150 มก./ดล. ความดันโลหิต systolic/diastolic มากกว่าหรือเท่ากับ 130/85 มม.ปรอท และภาวะน้ำตาลในเลือดสูงกว่า 100 มก./ดล หรือเป็นเบาหวาน
 
               ข้อมูลการสำรวจสุขภาพประชาชนไทยโดยการตรวจร่างกายครั้งที่ 4 เมื่อ พศ. 2552 พบภาวะเมตาบอลิกซินโดรมในประชากรไทยอายุ 20 ปีขึ้นไปเท่ากับร้อยละ 23.2 โดยมีความชุกในเพศหญิง (ร้อยละ 26.8) สูงกว่าเพศชาย (ร้อยละ 19.5) และความชุกจะเพิ่มขึ้นตามอายุที่เพิ่มขึ้นจนสูงที่สุดในช่วงอายุ 50-69 ปีในเพศชาย และช่วงอายุ 60-79 ในเพศหญิง จากนั้นจะลดลงเล็กน้อยในผู้สูงอายุ นอกจากนี้ ผู้ชายในเขตเมืองมีภาวะเมตาบอลิกซินโดรมสูงกว่าคนในเขตชนบท (ร้อยละ 23.1 และ 17.9 ตามลำดับ) แต่ผู้หญิงในเขตชนบทจะมีความชุกสูงกว่าหญิงในเขตเมือง (ร้อยละ 27.9 และ 24.5 ตามลำดับ)
 
รูปที่ 1 ความชุก (ร้อยละ) ของภาวะเมตาบอลิกซินโดรมตามกลุ่มอายุในประชากรไทยอายุ 20 ปีขึ้นไป
 

               เมื่อพิจารณาองค์ประกอบของภาวะเมตาบอลิกซินโดรม พบว่าองค์ประกอบที่พบบ่อยที่สุดในเพศชาย คือ ภาวะไตรกลีเซอร์ไรด์ในเลือดสูง ซึ่งมีถึงร้อยละ 43 ของคนที่อาศัยในชนบท รองลงมาคือภาวะความดันโลหิตสูง ส่วนในเพศหญิงที่พบบ่อยที่สุด คือ ภาวะไขมัน HDL-C ในเลือดต่ำ ซึ่งพบร้อยละ 63 ของหญิงในชนบท และอ้วนลงพุงซึ่งพบถึงร้อยละ 48 ของคนที่อาศัยในเมือง ส่วนปัจจัยที่สัมพันธ์กับภาวะเมตาบอลิกซินโดรม นอกจากพันธุกรรมและอายุที่เพิ่มขึ้นแล้ว พฤติกรรมทางสุขภาพซึ่งได้แก่ อาหารที่ร่างกายได้รับ การออกกำลังกาย การสูบบุหรี่ การดื่มสุรา ยังเป็นอีกปัจจัยที่จะมีผลต่อระดับไขมันในร่างกาย ระดับน้ำตาลในเลือด และภาวะอ้วนลงพุง
 
รูปที่ 2 ความชุก (ร้อยละ) ของปัจจัยองค์ประกอบของภาวะเมตาบอลิกซินโดรม
 

               การป้องกันภาวะเมตาบอลิกซินโดรมเมื่อมีอายุมากขึ้น คือ การมีลีลาชีวิตที่เอื้อต่อสุขภาพ โดยการกินอาหารสุขภาพในปริมาณที่เหมาะสมกับพลังงานที่ร่างกายใช้ หรือการบริโภคอาหารครบหมู่ในสัดส่วนที่เหมาะสมตามข้อแนะนำธงโภชนาการ และการออกกำลังกายอย่างน้อย 150 นาทีต่อสัปดาห์ หากมีภาวะความดันโลหิตสูง และภาวะเบาหวานต้องได้รับการรักษาด้วยยามาตรการป้องกันปัจจัยเสี่ยงเหล่านี้จึงมีความสำคัญในการลดภาระโรคจากการป่วยด้วยโรคระบบหัวใจและหลอดเลือดต่อไป
 
______________________________
1 วิชัย เอกพลากร, แผนงานสำรวจสุขภาพประชาชนไทย, สำนักงานวิจัยเพื่อการพัฒนาหลักประกันสุขภาพไทย
 
เอกสารอ้างอิง
Aekplakorn W, Kessomboon P, Sangthong R, Chariyalertsak S, Putwatana P, Inthawong R, Nitiyanant W, Taneepanichskul S. Urban and rural variation in clustering of metabolic syndrome components in the Thai population: results from the fourth National Health Examination Survey 2009. BMC Public Health. 2011;11:854.


เข้าชม : 7804



<