[x] ปิดหน้าต่างนี้
Powered by _SCRIPT _VERSION

  
บทความ
ระบบประกันสุขภาพถ้วนหน้า: เป้าหมายที่ประเทศใดๆ ก็สามารถบรรลุได้

ศุกร์ ที่ 25 เดือน พฤษภาคม พ.ศ.2555


ระบบประกันสุขภาพถ้วนหน้า: เป้าหมายที่ประเทศใดๆ ก็สามารถบรรลุได้1

ประเด็นข้อเสนอนโยบาย

หลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าควรเป็นนโยบายระดับชาติเพื่อลดปัญหาความยากจน
               1. นโยบายหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าจะประสบความสำเร็จได้ ต้องกำหนดให้เป็น “วาระแห่งชาติ” ที่ได้รับการสนับสนุนทั้งจากฝ่ายการเมืองภาคประชาสังคม และนักวิชาการ
               2. หลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า นอกจากจะช่วยทำให้สุขภาพประชาชนดีขึ้นแล้ว ยังเป็น “มาตรการ” ที่สามารถลดปัญหาความยากจนได้อย่างเป็นรูปธรรม โดยในปี 2552 สามารถป้องกันครัวเรือนไม่ให้ยากจนจากค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพได้ 76,667 ครัวเรือน
 
รูปที่ 1 จำนวนครัวเรือนที่ไม่ยากจนเนื่องจากค่ารักษาพยาบาลเพราะมีหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า ปี 2547 – 2552
 

               3. ประเทศไม่จำเป็นต้องรอให้ร่ำรวยก่อนจึงจะเริ่มนโยบายหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า ประสบการณ์จากประเทศไทยเริ่มให้การรักษาพยาบาลฟรีแก่ผู้มีรายได้น้อยในปี 2518 เมื่อมีรายได้เฉลี่ยต่อประชากรเพียง 400 เหรียญสหรัฐ และบรรลุหลักประกันสุขภาพสำหรับประชาชนทุกคนในปี 2545 เมื่อรายได้เฉลี่ยต่อประชากรน้อยกว่า 2,000 เหรียญสหรัฐ การสร้างหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าไม่สามารถดำเนินการแล้วเสร็จได้ในคราวเดียว แต่เป็นกระบวนการที่ต้องดำเนินการอย่างต่อเนื่อง
 
รูปที่ 2 รายได้เฉลี่ยต่อหัวประชากรไทยและการพัฒนาระบบประกันสุขภาพระหว่างปี 2513-2553
 

               4. แนวทางการระดมทรัพยากรด้านสุขภาพให้เพียงพอ
                   a. ความมุ่งมั่นของฝ่ายนโยบายที่จะขยายการลงทุนในโครงสร้างระบบบริการสุขภาพที่ระดับปฐมภูมิในชนบท แทนที่จะลงทุนในบริการทุติยภูมิและตติยภูมิในเขตเมือง
                   b. ขยายขีดความสามารถระบบงบประมาณ โดยการรักษาความสงบเรียบร้อยภายในประเทศพร้อมๆ กับรักษา/ขยายอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจ ทำให้สามารถลดภาระงบประมาณด้านความมั่นคงและการชำระหนี้ต่างประเทศ และมีงบประมาณเหลือมากขึ้นสำหรับการลงทุนด้านสุขภาพและการพัฒนาสังคมด้านอื่นๆ
 
รูปที่ 3 สัดส่วนงบประมาณรัฐบาลด้านต่างๆ ที่สำคัญ ปี 2512 – 2554
 

                   c. นวัตกรรมการเงินการคลังด้านสุขภาพ อาทิเช่น การใช้ภาษีบาป (ภาษีจากสุรา ยาสูบ) เพื่อสนับสนุนกิจกรรมสร้างเสริมสุขภาพ เช่น กรณีสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ ซึ่งมีรายได้ต่อปีกว่า 3 พันล้านบาท หรือกรณีกองทุนพัฒนาชุมชนที่มาจากการระดมทุนจากทุกภาคส่วน โดยเฉพาะองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นก็มีรายได้กว่าปีละ 4,500 ล้านบาท
 
องค์ประกอบสำคัญที่ทำให้ประเทศไทยบรรลุเป้าหมายหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า
               5. การมีโครงสร้างระบบบริการสุขภาพที่ครอบคลุม และมีกำลังคนด้านสุขภาพที่พอเพียงโดยเฉพาะที่ระดับปฐมภูมิ โดยใชม้ าตรการการทำสัญญากับรัฐบาลในการชดใช้ทุนในพื้นที่ชนบท โดยเฉพาะแพทย์ ทันตแพทย์ และเภสัชกร รวมถึงการมีนักเรียนทุนพยาบาล
               6. การมีประสบการณ์และศักยภาพในการบริหารระบบประกันสุขภาพ โดยผ่านการดำเนินงานระบบประกันสุขภาพสำหรับประชาชนเฉพาะกลุ่ม เช่น ระบบประกันสังคม บัตรสุขภาพ และโครงการสวัสดิการรักษาพยาบาลผู้มีรายได้น้อย หรือการนำร่องในบางพื้นที่ เช่น การนำร่องการปฏิรูประบบการบริหารจัดการงบประมาณภายใต้โครงการ SIP ใน 6 จังหวัด และต่อมาเป็นจังหวัดนำร่องระบบประกันสุขภาพถ้วนหน้าในระยะแรก
               7. การพัฒนาศักยภาพการวิจัยด้านนโยบายและระบบสุขภาพ เพื่อให้เกิดความรู้และข้อมูลเชิงประจักษ์เพื่อสนับสนุนการตัดสินใจเชิงนโยบายในการปฏิรูประบบสุขภาพ
 
ระบบออกแบบที่ดี การันตีความสำเร็จของระบบประกันสุขภาพถ้วนหน้า
               8. ประเทศที่มีแรงงานนอกระบบจำนวนมาก การใช้แหล่งเงินจากภาษีเพื่อใช้ในการสร้างหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า เป็นทางเลือกเชิงนโยบายที่เหมาะสมและเป็นไปได้ในทางปฏิบัติมากที่สุด และยังเป็นแหล่งเงินที่มาจากรายได้ของคนรวยมากกว่าคนจน
               9. ระบบงบประมาณและการจ่ายเงินสถานพยาบาลแบบปลายปิด (close end) สามารถควบคุมค่าใช้จ่ายของระบบหลักประกันสุขภาพอย่างได้ผล นอกจากนี้ยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและสร้างความยั่งยืนของระบบหลักประกันสุขภาพในระยะยาวด้วย
               10. ระบบคู่สัญญา (contact model) ที่แยกบทบาทความรับผิดชอบชัดเจนระหว่างหน่วยงานบริหารระบบประกันสุขภาพและหน่วยงานที่รับผิดชอบการให้บริการ ทำให้ระบบสามารถตอบสนองต่อประชาชนผู้มีสิทธิ์ (responsiveness) ได้ดีพร้อมทั้งสามารถตรวจสอบได้ (accountability)
               11. การกำหนดสิทธิประโยชน์ที่ครอบคลุมอย่างรอบด้าน ทั้งบริการผู้ป่วยนอก บริการผู้ป่วยใน อุบัติเหตุและเจ็บป่วยฉุกเฉิน การส่งเสริมสุขภาพ และป้องกันโรค และบริการที่มีค่าใช้จ่ายสูง โดยประชาชนไม่ต้องร่วมจ่าย ณ จุดบริการ ช่วยคุ้มครองประชาชนไม่ให้ล้มละลายจากค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพได้
 
การออกแบบระบบที่ดีเป็นปัจจัยสำคัญนำไปสู่ความสำเร็จ
               12. ระบบประกันสุขภาพถ้วนหน้า สร้างความเป็นธรรมด้านสุขภาพในหลายมิติ ได้แก่
                     a. ความเป็นธรรมของแหล่งเงินด้านสุขภาพ โดยพบว่ารายได้จากระบบภาษีมาจากคนที่มีฐานะดีมากกว่าคนยากจน การใช้เงินจากระบบภาษีจึงเท่ากับเป็นการเจือจานรายได้จากคนรวยไปสนับสนุนคนจน
                     b. ความเป็นธรรมในการใช้บริการสุขภาพ ข้อมูลเชิงประจักษ์แสดงให้เห็นว่า คนยากจนมีการใช้บริการมากกว่าคนที่มีฐานะดี ทั้งที่สถานีอนามัย โรงพยาบาลชุมชน และโรงพยาบาลทั่วไป
                     c. ความเป็นธรรมในการอุดหนุนงบประมาณจากรัฐ โดยพบว่าคนยากจนได้รับการอุดหนุนงบประมาณจากรัฐในสัดส่วนที่สูงกว่าคนที่มีฐานะดี
               13. ประชาชนเข้าถึงบริการสุขภาพได้มากขึ้น ลดจำนวนผู้ที่ไม่สามารถเข้าถึงบริการแม้จะมีความจำเป็น ข้อมูลการสำรวจในปี 2553 พบว่า มีประชาชนเพียงร้อยละ 1.44 และ 0.4 ที่เจ็บป่วยและมีความจำเป็นต้องได้รับบริการสุขภาพ แต่ไม่สามารถได้รับบริการ ซึ่งนับว่าน้อยกว่าประเทศที่พัฒนาแล้วเสียอีก
               14. ประสิทธิภาพของระบบเพิ่มขึ้น แม้ว่าหลังมีระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า ค่าใช้จ่ายสำหรับการจัดบริการจะเพิ่มขึ้น เนื่องจากประชาชนมาใช้บริการเพิ่มขึ้น (อัตราการใช้บริการเพิ่มขึ้นทั้งบริการผู้ป่วยนอกและบริการผู้ป่วยใน) และต้นทุนการจัดบริการเพิ่มขึ้น แต่หากพิจารณาภาพรวม จะพบว่าสัดส่วนค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพต่อผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) ไม่ได้เพิ่มในอัตราที่น่าเป็นห่วง เนื่องจากประชาชนมีการใช้จ่ายเงินเพื่อการรักษาพยาบาลลดลง และเศรษฐกิจยังมีการเติบโตอย่างต่อเนื่องมาตลอด
 
ความท้าทายในอนาคตและทางออก
               15. การแก้ไขปัญหาความขัดแย้งระหว่างหน่วยงานที่ทำหน้าที่ซื้อและให้บริการ ที่ผ่านมาเริ่มมีข้อเสนอบางรูปแบบ เช่น การกระจายอำนาจให้พื้นที่ โดยที่ทุกฝ่ายมีส่วนร่วมในลักษณะพันธมิตรภายใต้การบริหารจัดการในรูปคณะกรรมการระบบสุขภาพในพื้นที่ ซึ่งต้องมีการทดลองดำเนินการเพื่อพิสูจน์ความเป็นไปได้ต่อไป
               16. การสร้างความเป็นธรรมระหว่างกองทุนประกันสุขภาพหลัก 3 กองทุน โดยการพัฒนามาตรฐานของสิทธิประโยชน์ การจ่ายเงินสถานพยาบาลระบบข้อมูลเพื่อการบริหารจัดการ
               17. การพัฒนาประสิทธิภาพการบริหารจัดการกองทุนและระบบบริการสุขภาพ
                     a. ให้มุ่งเน้นสิทธิประโยชน์ด้านการส่งเสริมสุขภาพและการป้องกันโรคเพิ่มขึ้น
                     b. สนับสนุนระบบบริการปฐมภูมิเพื่อให้เป็นด่านหน้าประสานการจัดบริการ
                     c. พัฒนาระบบการดูแลผู้ป่วยระยะยาวในชุมชนและครอบครัวที่สามารถเชื่อมต่อกับระบบการดูแลในสถานพยาบาลได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อรองรับการเป็นสังคมผู้สูงอายุ
                     d. ให้มีการประเมินเทคโนโลยีและยาต่างๆ ก่อนรับเป็นส่วนหนึ่งของสิทธิประโยชน์ โดยการประเมินให้ครอบคลุมทั้งประเด็นความคุ้มค่า ผลกระทบต่องบประมาณในระยะยาว และประเด็นทางด้านจริยธรรม
               18. กระทรวงสาธารณสุขควรเป็นผู้นำ ผลักดันให้เกิดการกระจายบุคลากรด้านสุขภาพ โดยใช้ข้อมูลเชิงประจักษ์ประกอบการพัฒนานโยบาย
               19. ผลักดันให้มีการสร้างความเข้มแข็งกลไกอภิบาลระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า โดยการพัฒนากระบวนการสรรหาผู้แทน การพัฒนาระบบให้เกิดความโปร่งใส ตรวจสอบได้ ที่สำคัญคือการพัฒนาระบบที่ป้องกันผลประโยชน์ทับซ้อนของกรรมการในระดับนโยบายต่างๆ
 
______________________________
1 ประเด็นข้อเสนอนโยบาย สรุปจากบทเรียน 10 ปี การสร้างหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าของประเทศไทยสำหรับนานาประเทศ (เอกสารประกอบการนำเสนอ บทเรียน 10 ปี หลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าของประเทศไทย วันที่ 24 มกราคม 2555 Centara Grand & Bangkok Convention Centre, Central World”


เข้าชม : 5759



<