[x] ปิดหน้าต่างนี้
Powered by _SCRIPT _VERSION

  
บทความ
การสร้างเสริมสุขภาพผ่านกลไกกองทุนสุขภาพตำบล

ศุกร์ ที่ 11 เดือน ธันวาคม พ.ศ.2552


 

การสร้างเสริมสุขภาพผ่านกลไกกองทุนสุขภาพตำบล

 

กองทุนตำบล: เครื่องมือสร้างเสริมสุขภาพโดยมีส่วนร่วม

          เป็นที่ประจักษ์ว่าปัญหาสุขภาพในปัจจุบันเกี่ยวเนื่องกับพฤติกรรมและวิถีชีวิตของประชาชนซึ่งไม่สามารถแก้ไขได้ด้วยบริบทของงานสาธารณสุขตามลำพัง จำเป็นต้องมีส่วนร่วมจัดการจากทุกภาคส่วน ทั้งนี้องค์การอนามัยโลกให้ความหมายของการสร้างเสริมสุขภาพว่าเป็น กระบวนการเพิ่มความสามารถของปัจเจกชนในการควบคุมดูแล และพัฒนาสุขภาพของตนเองให้ดีขึ้น”  เป็นกระบวนการทางสังคมและการเมืองแบบเบ็ดเสร็จที่ไม่เพียงแต่ครอบคลุมกิจกรรมที่มุ่งเพิ่มทักษะและความสามารถของปัจเจกบุคคล แต่รวมถึงกิจกรรมที่มุ่งไปสู่การเปลี่ยนแปลงสภาวะทางสังคม สิ่งแวดล้อม และเศรษฐกิจ เพื่อบรรเทาผลกระทบที่มีต่อสุขภาพของสาธารณชนและปัจเจกชน โดยอาศัยกลยุทธ์สามประการ คือ การชี้นำ (Advocacy) การเพิ่มศักยภาพ (Enabling) และการไกล่เกลี่ย (Meditating) ทั้งนี้กฏบัตรออตตาวาได้กำหนดแนวทางในการดำเนินงานสร้างเสริมสุขภาพที่สำคัญไว้ 5 ประการ คือ 1) การสร้างนโยบายสาธารณะที่เป็นผลดีต่อสุขภาพ (Build healthy public policy) 2) การจัดสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อสุขภาพ (Create supportive environments) 3) การเสริมความเข้มแข็งการดำเนินงานสุขภาพโดยชุมชน (Strengthen community actions) 4) การพัฒนาทักษะปัจเจกชนในการจัดการกับปัญหาสุขภาพของตนเอง (Develop personal skills) และ5) การปรับระบบบริการสาธารณสุข (Reorient health services) ให้สอดคล้องกับการสร้างเสริมสุขภาพ

          คณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ มีมติเมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2549 ให้จัดตั้ง กองทุนสุขภาพระดับตำบล เพื่อให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ดำเนินงานและบริหารจัดการระบบหลักประกันสุขภาพที่เกี่ยวข้องกับงานส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรคในพื้นที่ ให้ตอบสนองต่อความต้องการของประชาชนในแต่ละชุมชน ขณะเดียวกันก็ให้ท้องถิ่นและชุมชนมีความตระหนัก และมีบทบาทร่วมในการจัดการกับปัญหาสุขภาพของชุมชนมากขึ้น ในการนี้ สปสช. ได้โอนงบส่งเสริมสุขภาพชุมชน หัวละ 37.5 บาท ให้แก่ท้องถิ่นที่มีความพร้อมและสมัครใจเข้าร่วมโครงการ โดยท้องถิ่นต้องร่วมจ่ายสมทบในอัตราก้าวหน้าตามขนาดของท้องถิ่น และบริหารจัดการในรูปของคณะกรรมการบริหาร โดยมีตัวแทนจากภาคส่วนต่างๆ คือ ท้องถิ่น สาธารณสุข และชุมชน และกำหนดให้ใช้จ่ายเงินในสี่ลักษณะคือ สนับสนุนการจัดบริการตามชุดสิทธิประโยชน์แก่ประชากรกลุ่มเป้าหมาย สนับสนุนหน่วยบริการสาธารณสุขในพื้นที่ แก้ปัญหาสุขภาพของชุมชน และบริหารจัดการ ซึ่งในปีแรกที่ดำเนินการ (พ.ศ.2549 พ.ศ.2550) มี อบต. และเทศบาล เข้าร่วมในโครงการจำนวน 800 แห่ง และเพิ่มขึ้นเป็น 2,696 แห่ง ในปีงบประมาณ 2551 และ 3,940 แห่งในปีงบประมาณ 2552 หรือร้อยละ 51% ขององค์การบริหารส่วนตำบลและเทศบาลทั่วประเทศ

กองทุนสุขภาพตำบล: เครื่องมือมิใช่เป้าหมาย

          กองทุนตำบลเป็นได้ทั้งเครื่องมือในการให้ทุกภาคส่วนมาทำงานร่วมกัน (สร้างความเข้มแข็งชุมชน) ขณะเดียวกันก็เป็นเครื่องมือในการทำงานสร้างเสริมสุขภาพของชุมชน ขณะเดียวกันก็มีเครื่องมืออื่นๆอีกในการสร้างความเข้มแข็งให้ชุมชน นโยบายดังกล่าวแท้จริงไม่ต่างจากแนวคิดสาธารณสุขมูลฐานในเรื่อง “3 ก.คือ กรรมการ กองทุน และกำลังคน (อาสาสมัคร) ดังนั้นความสำเร็จในการทำงานของกองทุนตำบลจึงขึ้นกับสามทหารเสือหลักในชุมชน กล่าวคือ องค์การปกครองส่วนท้องถิ่น เจ้าหน้าที่สาธารณสุขในพื้นที่ และตัวชุมชนเอง ซึ่งทั้งสามภาคส่วนดังกล่าวต่างก็เป็นตัวแทนในคณะกรรมการบริหารกองทุนตามที่ สปสช. กำหนด

          ทั้งนี้ จากการติดตามการดำเนินงานมาระยะหนึ่งพบว่า 1) ความแข็งขันในการดำเนินงานของกองทุนสุขภาพตำบลมีความหลากหลายค่อนข้างมาก พื้นที่ที่ดำเนินงานไปได้ดีมักเป็นพื้นที่ที่ปฏิสัมพันธ์ระหว่างท้องถิ่นและเจ้าหน้าที่สาธารณสุขดำเนินการไปด้วยดี 2) มิติด้านสุขภาพของท้องถิ่นและชุมชนกว้างกว่ามิติทางการแพทย์และสาธารณสุข การดำเนินงานจึงมีกิจกรรมที่หลากหลายที่เกี่ยวเนื่องกับสุขภาพ  แต่มิใช่บริการทางการแพทย์และการสาธารณสุข 3)ลักษณะกิจกรรมที่ท้องถิ่นให้ความสนใจ        มักเป็นกิจกรรมสร้างภาพลักษณ์และจับต้องได้ 4) ในพื้นที่ที่ดำเนินการได้ดีเจ้าหน้าที่สามารถปรับแนวคิดและบทบาทการทำงานคุณอำนวยได้ดี (facilitator)  ทำให้มีคนมาช่วยทำงานด้านสุขภาพมาก            5) บทบาทการมีส่วนร่วมของชุมชนยังค่อนข้างจำกัดเมื่อเทียบสัมผัสกับบทบาทท้องถิ่นและเจ้าหน้าที่สาธารณสุข ทั้งนี้กองทุนที่ชาวบ้านมีส่วนร่วมสมทบจะมีความเป็นเจ้าของ และมีบทบาทร่วมในการบริหารจัดการและตรวจสอบมากขึ้น 6) พบว่ากองทุนสุขภาพตำบลมีศักยภาพในการเสริมพลังท้องถิ่นและชุมชนเนื่องจาก () ท้องถิ่นและชุมชนได้รับข้อมูลด้านสุขภาพมากขึ้น เนื่องจากเจ้าหน้าที่ต้องให้ข้อมูลเพื่อเสนอโครงการได้ แต่ข้อมูลจำกัดเฉพาะการป่วยและตายทำให้โครงการไม่หลากหลายเท่าที่ควร () ตัวแทนชุมชนและภาคส่วนอื่นร่วมเป็นกรรมการในการตัดสินใจ () ชุมชนมีบทบาทในการเสนอปัญหาโครงการ และร่วมดำเนินการแก้ปัญหาตรงตามความเห็นและความต้องการมากขึ้น (แม้ว่าจะเป็น อสม. เป็นหลัก) () เครือข่ายและหน่วยงานในชุมชน เช่น ชมรมต่างๆ โรงเรียน และอปท. มาสนับสนุน และร่วมดำเนินงานด้านสุขภาพมากขึ้น 7) การสนับสนุน เชื่อมโยง และกำกับติดตามการดำเนินงานกองทุนสุขภาพตำบล ในพื้นที่ยังคงมีช่องว่างอยู่ สำนักงานสาธารณสุขอำเภอ และสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดจำนวนมากยังไม่มีบทบาทในเรื่องนี้ ขณะเดียวกันสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติเองไม่มีกำลังพอในการลงไปสนับสนุนให้ทั่วถึง

 

ทิศทางการพัฒนา.......

          1. มิติด้านสุขภาพที่กว้างกว่าบริการทางการแพทย์และสาธารณสุขของท้องถิ่นและชุมชน เหมาะสำหรับการพัฒนาบทบาทกองทุนสุขภาพตำบล ให้สามารถจัดบริการด้านสุขภาวะอย่างเป็นระบบ ต่อเนื่อง และเชื่อมโยง โดยเฉพาะสำหรับบริการระยะกลางและระยะยาวในชุมชนสำหรับผู้มีภาวะทุพพลภาพและภาวะพึ่งพิง

          2. การพัฒนาศักยภาพของสามทหารเสือ (อปท. เจ้าหน้าที่สาธารณสุข และองค์กรชุมชน) ให้สามารถทำงานในบทบาทของตนได้อย่างเหมาะสมเป็นสิ่งจำเป็น เพื่อให้สามารถถ่วงดุลกันได้ โดย อปท. จำเป็นต้องได้รับการพัฒนาองค์ความรู้ในการดำเนินงานด้านสุขภาพของชุมชน เจ้าหน้าที่สาธารณสุขจำเป็นต้องได้รับการพัฒนาศักยภาพให้สามารถดำเนินบทบาทคุณอำนวยได้อย่างเหมาะสม ส่วนองค์กรชุมชนจำเป็นต้องได้รับการเสริมพลังให้สามารถทำงานร่วมกับ อปท. และเจ้าหน้าที่สาธารณสุขได้อย่างทัดเทียมกัน

          3. เอกภาพในการสนับสนุนเชิงวิชาการในการดำเนินงานกองทุนสุขภาพตำบล และอปท. เป็นสิ่งจำเป็น กรมวิชาการและสำนักงานเขต ควรปรับบทบาทมาพัฒนาการทำงานด้านสุขภาพที่เน้นการสร้างความเข้มแข็งของชุมชน ของบุคลากรในพื้นที่ อปท. และกองทุนสุขภาพตำบล เช่น การพัฒนาศักยภาพของเจ้าหน้าที่สาธารณสุข การบริหารช่วงเปลี่ยนผ่าน การเสริมพลังชุมชนในการทำงานด้านสุขภาพ ฯลฯ

          4. กลไกการสนับสนุน นิเทศ ติดตามการทำงานของกองทุนฯ ในระดับพื้นที่เป็นสิ่งจำเป็นและต้องได้รับการพัฒนา ทั้งนี้สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด (สสจ.) และสำนักงานสาธารณสุขอำเภอ (สสอ.) ยังคงเป็นกลไกการทำงานสำคัญในระดับอำเภอและจังหวัด และจำเป็นต้องพัฒนาให้เข้มแข็งขึ้น             การบูรณาการการทำงานด้านสุขภาพในพื้นที่ยังคงมีความสำคัญ

 

wwwwwwwwwwwwwwwwww

 



เข้าชม : 5778



<