[x] ปิดหน้าต่างนี้
Powered by _SCRIPT _VERSION

  
บทความ
บริการสุขภาพสำหรับผู้มีภาวะพึ่งพิง: ระบบบริการที่ถูกลืม

ศุกร์ ที่ 11 เดือน ธันวาคม พ.ศ.2552


 

บริการสุขภาพสำหรับผู้มีภาวะพึ่งพิง: ระบบบริการที่ถูกลืม

 

ความจำเป็นด้านสุขภาพเปลี่ยนไป...แต่ระบบบริการรองรับไม่ทัน

          ปัญหาสุขภาพคนไทยเปลี่ยนจากโรคติดต่อมาเป็นปัญหาจากโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง อันเป็นผลพวงจากการที่สังคมไทยก้าวสู่สังคมผู้สูงอายุ การพัฒนาเศรษฐกิจ สังคมและบริการสาธารณสุขที่ผ่านมา ซึ่งปัญหาสุขภาพใหม่ที่ประสบอยู่ไม่ว่าจะเป็นโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูงมักก่อให้เกิดภาวะทุพพลภาพแก่ผู้สูงอายุตามมา เช่น เส้นเลือดในสมองอุดตันหรือแตก และมีอาการอัมพฤกษ์อัมพาตหรือการบาดเจ็บทำให้มีความพิการตามมา นอกจากนั้นแม้ผู้สูงอายุที่ไม่มีโรคแต่เมื่ออายุมากขึ้นก็มีการถดถอยของการทำงานของทั้งด้านกายและสมองและนำมาซึ่งภาวะพึ่งพิง ในการใช้ชีวิตประจำวัน จำนวนผู้ที่มีภาวะพึ่งพาทางกายมีจำนวนเพิ่มขึ้นเป็นลำดับ ในปี 2552 มีผู้สูงอายุประมาณ 140,000 คนที่มีภาวะพึ่งพิงระดับรุนแรงซึ่งต้องการการดูแล และคาดว่าจะเพิ่มเป็น 240,000 คน ในอีก 10ปี ข้างหน้า

          ผู้มีภาวะพึ่งพา ผู้พิการและผู้มีภาวะทุพลภาพอันเนื่องจากการเจ็บป่วย/บาดเจ็บ เช่น ผู้ป่วยโรคหลอดเลือดในสมอง ผู้ได้รับบาดเจ็บจากอุบัติเหตุ ผู้ป่วยจิตเวช ภาวะสมองบกพร่อง เป็นกลุ่มที่มีความยากลำบากในการเข้ารับบริการสาธารณสุข ขณะเดียวกันก็ได้รับผลกระทบด้านเศรษฐกิจและการดำรงชีวิตเป็นอย่างมาก ความจำเป็นด้านสุขภาพของคนกลุ่มนี้จึงต้องการมากกว่าบริการทางการแพทย์และสาธารณสุข เช่น ต้องการปรับปรุงสภาพแวดล้อมที่พักอาศัยให้เหมาะกับการดูแลหรือใช้ชีวิต ต้องการการสนับสนุนด้านเศรษฐกิจ อาชีพ และการช่วยเหลือด้านการดูแลแก่ครอบครัว เป็นต้น

          การพัฒนาระบบบริการสาธารณสุขและบริการด้านสังคมที่ผ่านมามุ่งให้บริการแก่ประชาชนส่วนใหญ่ที่ไม่มีภาวะพึ่งพิง ไม่ว่าจะเป็นบริการในชุมชนหรือในสถานบริการ บริการในชุมชนสำหรับผู้มีภาวะพึ่งพิงจำกัดมากลักษณะการช่วยเหลือด้านสังคมมักเป็นการสงเคราะห์เป็นครั้งคราวเฉพาะหน้า มิใช่การดูแลอย่างต่อเนื่อง ภาระหลักในการดูแลเป็นเรื่องของครอบครัว ในขณะที่สถานบริบาลระยะกลางและระยะยาวในสังคมไทยยังไม่ได้รับการพัฒนาเท่าที่ควร ข้อมูลจากการประเมินการเข้าถึงบริการกายภาพบำบัดของผู้ป่วยโรคหลอดเลือดในสมองหลังจำหน่ายจากโรงพยาบาลในสามจังหวัด (กาฬสินธุ์ เลยและนครศรีธรรมราช) พบว่าเขตโรงพยาบาลจังหวัดซึ่งมีนักกายภาพบำบัดมานาน มีผู้ป่วยที่รายงานว่าไม่ได้รับการทำกายภาพบำบัดเลยหลังจำหน่ายร้อยละ 60, 20, และ 75 ตามลำดับ ส่วนเขตพื้นที่โรงพยาบาลชุมชนที่มีนักกายภาพบำบัดมีผู้รายงานว่าไม่ได้รับบริการร้อยละ 20, 5, และ 28 ตามลำดับ

บริการเชิงรุกในชุมชน....ทางออกสำหรับผู้มีภาวะพึ่งพิง

          การเข้าถึงบริการสุขภาพสำหรับคนกลุ่มนี้ยากลำบากเนื่องจากต้องพึ่งพิงผู้อื่น ประกอบกับบางรายมีความลำบากในการเคลื่อนย้าย การเคลื่อนย้ายผู้ป่วยที่ไม่สามารถเดินทางด้วยตนเองมารับบริการที่โรงพยาบาลนั้นมีต้นทุนที่สูงมาก โดยเฉพาะผู้อยู่ในชนบทและไม่มียานพาหนะของตนเอง ดังจะเห็นว่าผู้ป่วยโรคหลอดเลือดในสมองในเขตอำเภอเมืองซึ่งมีนักกายภาพบำบัดให้บริการในโรงพยาบาลมานานแล้วยังเข้าถึงบริการนี้ต่ำมาก นอกจากนั้นการดูแลที่ต่อเนื่องจำเป็นต้องได้รับความร่วมมือจากญาติในการดูแลและให้บริการ รวมถึงต้องปรับสภาพที่อยู่อาศัยให้เอื้อต่อการดูแลด้วย เช่น ที่นอน พื้นบ้าน             ที่ขับถ่าย ฯลฯ เพื่อให้การดูแลมีประสิทธิผล ทีมบริการสุขภาพจึงจำเป็นต้องออกไปประเมินและแนะนำในการปรับสภาพแวดล้อมให้เอื้อต่อการดูแล นอกจากนั้นยังต้องมีการประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อการดูแลด้านสังคมอีกด้วย

การพัฒนาระบบบริการเชิงรุกในชุมชนสำหรับผู้มีภาวะพึ่งพิง

    

          1) จำเป็นที่โรงพยาบาลทุกแห่งจะต้องมีการจัดศูนย์การดูแลผู้ป่วยต่อเนื่อง  โดยมีเตียงผู้ป่วยพักฟื้นสำหรับการเตรียมผู้ป่วยและญาติก่อนกลับ และหน่วยบริการเชิงรุกในชุมชน โดยมีแพทย์เวชปฏิบัติครอบครัวหรือหัวหน้าทีมให้คำปรึกษาและเชื่อมประสานกับหน่วยงานอื่น      มีพยาบาลเป็นผู้จัดการทีม และมีนักกายภาพ บำบัด/อาชีวบำบัด ผู้ช่วย นักสังคมสงเคราะห์ เป็นทีมในการให้บริการเฉพาะราย ในการพัฒนาระบบการดูแลสุขภาพสำหรับผู้มีภาวะพึ่งพิงนั้น


          2) การจัดบริการสุขภาพในชุมชน จำเป็นต้องประสานกับ อปท. ในการจัดบริการและมีการจัดการระบบอาสาสมัครเพื่อช่วยในการดูแล

          3) มีหน่วยพัฒนาระบบบริการในชุมชนในระดับจังหวัด เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนการพัฒนา เป็นศูนย์ข้อมูลผู้ป่วยกลุ่มเป้าหมาย และจัดกระบวนการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างเครือข่าย

          4) ศูนย์ประสานงานผู้พิการในระดับจังหวัดและอำเภอในการวางแผนยุทธศาสตร์การพัฒนา และเชื่อมประสานการดูแลของทุกภาคส่วน

          5) สิ่งที่ต้องการสนับสนุนด้านนโยบายคือ มีนโยบายให้สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดจัดตั้งสำนักพัฒนาระบบบริการปฐมภูมิและบริการในชุมชน มีนโยบายและกำหนดกรอบอัตรากำลังนัหกายภาพบำบัด และนักสังคมสงเคราะห์ในโรงพยาบาลทุกแห่ง สนับสนุนงบประมาณในการพัฒนา และผลักดันให้สถาบันรับรองคุณภาพโรงพยาบาลกำหนดตัวชี้วัดด้านมาตรฐานบริการในชุมชน

 

xxxxxxxxxxxxxxxxxx

 



เข้าชม : 9426



<