[x] ปิดหน้าต่างนี้
Powered by _SCRIPT _VERSION

  
บทความ
ระบบหลักประกันสุขภาพในประเทศไทย

ศุกร์ ที่ 11 เดือน ธันวาคม พ.ศ.2552


 

ระบบหลักประกันสุขภาพในประเทศไทย

วิวัฒนาการระบบประกันสุขภาพไทย

          ระบบหลักประกันสุขภาพในประเทศไทยมีวิวัฒนาการแบบแยกส่วนสำหรับประชาชนแต่ละกลุ่ม เช่น สำหรับกลุ่มลูกจ้างในภาคเอกชน สำหรับลูกจ้างในภาครัฐ และสำหรับประชาชนทั่วไปที่ไม่อยู่ในภาคการจ้างงานอย่างเป็นทางการ เช่น เกษตรกร ผู้ประกอบอาชีพอิสระ ฯลฯ เป็นต้น นอกจากนั้นยังมีระบบประกันสุขภาพที่มีวัตถุประสงค์เฉพาะ เช่น คุ้มครองเฉพาะการบาดเจ็บที่เกิดจากการทำงาน หรือเฉพาะในกรณีเกิดอุบัติเหตุจราจร เป็นต้น ดังแผนภาพประมวลวิวัฒนาการของระบบประกันสุขภาพไทยด้านล่าง

2488

การเก็บค่าบริการในสถานพยาบาลรัฐ

 

 

 

 

 

การลดหย่อน

 

 

2517

กองทุนทดแทน

 

 

 

ค่าบริการกับ

 

 

2518

 

 

 

บัตรรายได้น้อย

คนที่ไม่สา-

 

 

 

 

 

 

 

มารถจ่ายได้

 

 

2523

 

 

สวัสดิการข้าราชการ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

2527

 

 

 

 

 

บัตรสุขภาพ

 

 

 

 

 

 

 

กองทุนชุมชน

 

2533

 

ประกันสังคม

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

2535

 

 

 

ผูสูงอายุ

 

 

 

2536

พรบ. ผู้ประสบภัยจากรถ

2537

 

 

 

สปร.

 

ประกันสมัครใจ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

2541

 

 

 

ระเบียบใหม่

 

 

 

2542

 

 

มาตรการควบคุม

โครงการ SIP

 

 ใช้DRGชดเชย

 

 

 

 

รายจ่าย

ใน 6 จังหวัด

 

ค่าใช้จ่ายสูง

 

 

 

 

 

คนจน

คนเกือบจน

ผู้ไม่มีประกัน

เม.ย. 2544

 

 

 

นำร่องหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าใน 6 จังหวัด

เม.ย. 2545

 

 

 

ขยายการดำเนินงานไปทั่วประเทศ

ปี

ลูกจ้างภาคเอกชน

ลูกจ้างภาครัฐ

ประชาชนภายใต้โครงการหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า

                 

ที่มา : ดัดแปลงจาก Supachutikul. A (1995) Situation Analysis on Health Insurance and Future Development

ระบบหลักประกันสุขภาพในประเทศไทย

          ประเทศไทยมีระบบหลักประกันสุขภาพหลัก 3 ระบบใหญ่ด้วยกัน ได้แก่ (1) ระบบประกันสังคม      (2) ระบบสวัสดิการรักษาพยาบาลข้าราชการ และ (3) ระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า ทั้งนี้แต่ละระบบมีวิวัฒนาการและแนวคิดที่แตกต่างกัน ระบบสวัสดิการรักษาพยาบาลข้าราชการถือเป็นสวัสดิการที่รัฐจัดให้แก่ข้าราชการ รวมถึงพ่อแม่ และบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะไม่เกิน 2 คน ขณะที่ระบบประกันสังคมถือเป็นความมั่นคงด้านสังคมของลูกจ้างที่รัฐ นายจ้างและลูกจ้างร่วมกันสมทบแก่แรงงานในระบบ ส่วนระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าเป็นรัฐสวัสดิการที่จัดให้แก่ประชาชนไทยกลุ่มอื่นๆที่เหลือ ซึ่งเกิดจากการรวมระบบประกันสุขภาพที่มีอยู่ในขณะนั้นซึ่งได้แก่ ระบบสวัสดิการผู้ที่ควรช่วยเหลือเกื้อกูล ระบบบัตรประกันสุขภาพ และผู้ที่ไม่มีหลักประกันใดๆ

          ระบบหลักประกันทั้งสามระบบมีการออกแบบระบบที่ต่างกันในหลายประเด็น เช่น แหล่งเงินที่ใช้  สิทธิประโยชน์ ผู้ให้บริการ  และระบบการจ่ายเงิน ดังแสดงในตารางด้านล่าง

ความแตกต่างของระบบหลักประกันทั้งสามของประเทศไทย

 

ระบบสวัสดิการรักษาพยาบาลข้าราชการ

ระบบประกันสังคม

ระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า

จำนวนผู้มีสิทธิ1

5 ล้านคน (8%)

9.84 ล้านคน (15.8%)

47 ล้านคน (75%)

แหล่งเงิน

งบประมาณรัฐ รายจ่ายในปี 2551เท่ากับ 54,904.48 ล้านบาท2 (~11,000 บาท/คน)

สมทบจากรัฐ นายจ้าง และลูกจ้างฝ่ายละเท่ากันร้อยละ 1.5 ของเงินเดือน  อัตราเหมาจ่ายรายหัวปี 2550 เท่ากับ 1,250 บาท และมีรายจ่ายรวม 2,133.5 บาท/คน3

งบประมาณรัฐ อัตราเหมาจ่ายรายหัวปี 2551 เท่ากับ 2,100 บาท1

สิทธิประโยชน์

 

 

รอบด้านทั้งบริการผู้ป่วยนอก/ ใน ทันตกรรม ค่ายาเวชภัณฑ์  ค่าอาหารและห้องพิเศษ ค่าคลอดบุตร

รอบด้านทั้งบริการผู้ป่วยนอก/ ใน ทันตกรรม ค่ายาเวชภัณฑ์ ค่าอาหารและห้องสามัญ

ชดเชยกรณีคลอดบุตร ตาย พิการ

รอบด้านทั้งบริการผู้ป่วยนอก/ ใน ทันตกรรม ค่ายาเวชภัณฑ์ ค่าอาหารและห้องสามัญ ค่าคลอดบุตร ชดเชยตาม ม.41

ผู้ให้บริการ

สถานพยาบาลรัฐเป็นหลัก ใช้ รพ.เอกชนได้กรณีฉุกเฉินแบบผู้ป่วยใน แต่เบิกได้ไม่เกิน 3,000 บาท

โรงพยาบาลรัฐและเอกชนคู่สัญญา และสถานพยาบาลในครือข่าย

สถานพยาบาลรัฐและเอกชนคู่สัญญาและสถานพยาบาลในเครือข่าย

รูปแบบวิธีการจ่ายเงิน

ผู้ป่วยนอก ตามปริมาณบริการและราคาที่เรียกเก็บย้อนหลัง สำหรับ บริการผู้ป่วยในตามรายป่วยในอัตราที่กำหนด (DRG)

เหมาจ่ายรายหัวรวมสำหรับบริการผู้ป่วยนอกและใน และจ่ายเพิ่มเป็นรายกรณี

เหมาจ่ายรายหัวสำหรับ บริการส่งเสริมป้องกัน และ ผู้ป่วยนอก สำหรับบริการผู้ป่วยในจัดสรรงบยอดรวมตามน้ำหนักสัมพัทธ์ DRG

ที่มา: 1 รายงานประจำปี 2551 สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ, 2 กรมบัญชีกลาง, 3 สำนักงานประกันสังคม

 



เข้าชม : 51661



<